#ที่ปรึกษาทางการแพทย์ #สุขภาพดี #การให้บริการด้านสุขภาพ
เรียบเรียงโดย อนุชิต เทพสี บ.จิว เวลเนสส จก.
Credit Picture: Designed by Freepik
ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนที่มีอุณหภูมิสูงเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน (ประมาณเดือนมีนาคม–พฤษภาคม) อุณหภูมิในหลายพื้นที่สามารถสูงกว่า 35–40°C ได้ และเมื่อรวมกับความชื้นในอากาศที่สูง ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมากกว่าปกติ จึงเกิดคำถามสำคัญว่า อากาศร้อนในประเทศไทยสามารถทำให้ร่างกาย “ขาดน้ำ” ได้จริงหรือไม่ และอันตรายแค่ไหน
ทำไมอากาศร้อนจึงทำให้ร่างกายขาดน้ำ
ภาวะ ขาดน้ำ (Dehydration) เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าที่ได้รับกลับเข้าไป ซึ่งในสภาพอากาศร้อน ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านการ ขับเหงื่อ เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
ปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดน้ำ ได้แก่
- อุณหภูมิสูงกว่า 35°C
- ความชื้นในอากาศสูง
- การทำงานกลางแจ้งหรือออกกำลังกายหนัก
- การดื่มน้ำน้อย
- ผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
เมื่อร่างกายเสียเหงื่อมาก ร่างกายไม่ได้สูญเสียแค่น้ำ แต่ยังรวมถึง เกลือแร่ เช่น โซเดียมและโพแทสเซียม ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ
อันตรายของภาวะขาดน้ำ
อาการขาดน้ำมีหลายระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงอันตรายรุนแรง
อาการระยะเริ่มต้น
- กระหายน้ำมาก
- ปากแห้ง
- ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม
- อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ
อาการรุนแรง
- ใจสั่น ชีพจรเร็ว
- ความดันโลหิตต่ำ
- สับสนหรือหมดสติ
หากรุนแรงมากอาจนำไปสู่ภาวะที่เกี่ยวข้องกับความร้อน เช่น
- Heat Exhaustion (อ่อนเพลียจากความร้อน)
- Heat Stroke (โรคลมแดด)
ภาวะ Heat Stroke ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เพราะอุณหภูมิร่างกายอาจสูงกว่า 40°C และอาจทำให้เกิด ความเสียหายต่อสมอง อวัยวะสำคัญ และอาจเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ภาวะขาดน้ำรุนแรงถึงเสียชีวิตได้หรือไม่
ในบางกรณี ภาวะขาดน้ำจากความร้อนอาจนำไปสู่โรคที่เกี่ยวข้องกับอากาศร้อน เช่น
Heat Exhaustion (อ่อนเพลียจากความร้อน)
และ
Heat Stroke (โรคลมแดด)
ภาวะ Heat Stroke ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เพราะอุณหภูมิร่างกายอาจสูงกว่า 40°C ซึ่งอาจทำให้เกิด
- ความเสียหายต่อสมอง
- การทำงานของอวัยวะล้มเหลว
- เสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
วิธีป้องกันภาวะขาดน้ำในช่วงหน้าร้อน
การดูแลตัวเองในช่วงอากาศร้อนสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ เช่น
ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ
ควรดื่มน้ำประมาณ 1.5–2.5 ลิตรต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากเสียเหงื่อมาก
หลีกเลี่ยงแดดจัด
โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00 – 15.00 น.
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
รับประทานผลไม้ที่มีน้ำสูง เช่น
แตงโม ส้ม แตงกวา
ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์

เมื่อไรควรไปพบแพทย์หรือเภสัชกร
หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร
- เวียนศีรษะมากหรือหน้ามืด
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปัสสาวะน้อยมาก
- ตัวร้อนจัด
- สับสนหรือหมดสติ
การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และดื่มน้ำให้เพียงพอ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยได้

