คุณเข้าใจ SPF และ PA เพื่อการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน?

#SkinCare #DrySkin #AfterSunCare #SkincareRoutine #NaturalSkinCare #GlowingSkin

เรียบเรียงโดย อนุชิต เทพสี บ.จิว เวลเนสส จก.

การทาครีมกันแดดนั้นไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการปกป้องสุขภาพผิวในระยะยาว

หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า SPF และ PA บนฉลากผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดต่างๆ แต่รู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร? การเข้าใจสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกกันแดดได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

SPF (Sun Protection Factor) คือค่าที่แสดงถึงความสามารถในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวไหม้แดด อาการแดง และสามารถนำไปสู่มะเร็งผิวหนังได้

A protection sunscreen on white background illustration

SPF คืออะไร?

SPF (Sun Protection Factor) เป็นค่าที่บอกว่าเราสามารถอยู่กลางแดดได้นานแค่ไหนก่อนผิวจะไหม้ โดยเทียบกับผิวที่ไม่ทาครีมกันแดด ซึ่ง SPF วัดการป้องกัน รังสี UVB ซึ่งเป็นตัวการหลักของผิวไหม้และมะเร็งผิวหนัง

ตัวอย่างเช่น:

  • ถ้าผิวของคุณเริ่มไหม้ใน 10 นาที ครีมกันแดดที่มี SPF 30 จะปกป้องได้ประมาณ 30 × 10 = 300 นาที (5 ชั่วโมง) ในห้องทดลอง**

แต่ในชีวิตจริง:

  • คนส่วนใหญ่ ทาครีมกันแดดไม่พอ (ควรทา 2 มก./ซม.²)
  • ครีมกันแดดจะ หลุดหรือเสื่อมสภาพ จากเหงื่อ การเช็ดหน้า น้ำ หรือความมันบนผิว
  • แสงแดดมีความแรงไม่เท่ากันในแต่ละช่วงเวลา

ดังนั้นแพทย์ผิวหนังจึงแนะนำให้ ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง แม้ว่าจะใช้ SPF สูงก็ตาม

PA (Protection Grade of UVA) คือค่าที่แสดงถึงการป้องกันรังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่ทำร้ายลึกถึงผิวชั้นใน ทำให้ผิวแก่เร็ว เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และความเสียหายในระยะยาว โดยค่า PA มีตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++ ยิ่งมีเครื่องหมายบวกมาก ก็ยิ่งป้องกันได้ดี

PA (Protection Grade of UVA) เป็นค่าที่บอกการป้องกัน รังสี UVA ซึ่งทะลุเข้าสู่ผิวชั้นลึก และเป็นต้นเหตุของความแก่ ฝ้า กระ และจุดด่างดำ

ระดับของ PA มีตั้งแต่:

  • PA+ = ปกป้อง UVA ระดับน้อย
  • PA++ = ปานกลาง
  • PA+++ = สูง
  • PA++++ = สูงมาก

ทั้ง UVA และ UVB ล้วนทำร้ายผิวได้ ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดแบบ Broad-Spectrum ที่ปกป้องได้ทั้งคู่

ประสิทธิภาพในการกันแดดได้นานแค่ไหน?

แม้จะใช้กันแดดที่มีค่า SPF และ PA สูง ก็ยังจำเป็นต้อง ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะหากเหงื่อออก ว่ายน้ำ หรือเช็ดหน้า เพราะกันแดดจะเสื่อมสภาพไปเรื่อย ๆ

ควรใช้เมื่อไหร่? ใช้นานแค่ไหน?

สำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป และ PA+++ หรือ PA++++

  • ทาทุกเช้า ก่อนออกแดด 15 นาที
  • ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง แม้อยู่ในที่ร่มใกล้หน้าต่าง หรือเมื่อเหงื่อออก/เล่นน้ำ
  • อย่าลืมทาบริเวณหู ลำคอ มือ และจุดที่มักถูกลืม

กันแดดไม่ใช่แค่ตอนออกทะเล แต่ควรเป็นหนึ่งใน กิจวัตรการดูแลผิวประจำวัน เพื่อสุขภาพผิวที่ดีระยะยาว

เลือกใช้กันแดดชนิด Broad-Spectrum ที่มี SPF 30 ขึ้นไป และ PA+++ หรือ PA++++ ทาให้ทั่วผิวหน้าและลำคอ รวมถึงบริเวณที่มักถูกลืม เช่น หลังหู มือ และต้นคอ

สรุปความสำคัญของ SPF และ PA

 

การป้องกัน

เลือกใช้อย่างไร

ทำไมถึงต้องทาซ้ำบ่อยๆ

SPF

UVB (burning)

Multiplies time before burn

Breaks down with time, sweat, touch

PA

UVA (aging)

Based on pigmentation response

Protection weakens with exposure

#SPF #PA #SunscreenFacts #SkincareRoutine #UVProtection #HealthySkin #AntiAging #กันแดด #SPFคืออะไร #PAคืออะไร #ครีมกันแดด #ป้องกันแดด #รู้ไว้ใช้ถูกต้อง #บำรุงผิวหน้า #Skin #Skincare #Aftersun #UV

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save